เพื่อให้ปลูกองุ่นเจริญงอกงามแข็งแรงต้านทานต่อโรคและแมลง ตัดแต่งให้เกิดตาดอก ช่อดอกที่สมบูรณ์ตลอดจนการติดผลที่ดี สุกแก่สม่ำเสมอ รสชาติดี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ธาตุอาหารอย่างถูกต้องซึ่งรวมทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมโดยปกติแล้วการให้ธาตุอาหารหลักของเกษตรกรปฏิบัติกันเป็นที่ถูกต้องพอสมควรดีอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่าสภาพของดินธาตุที่ต้นองุ่นนำไปใช้โดยเฉพาะธาตุอาหารรอง(ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียม) ธาตุอาหารเสริม(ธาตุสังกะสี, ทองแดง, แมงกานีสและโบรอน) ย่อมลดน้อยไปจากในดิน ทำให้การเจริญเติบโตขององุ่นไม่ปกติทำให้การผลิตดอก ออกผล คุณภาพของผลผลิตไม่ดี เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น ช่อดอกไม่สมบูรณ์ การติดผลน้อย ผลแตก ผลร่วง ลูกแก้ว ยอดไม่เดิน ไม่หวานเป็นต้น ทางห.จ.ก.ทีม-เกษตรได้ทดสอบการใช้ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมในองุ่นประสบความสำเร็จโดยทำให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีพอจะสรุปได้ดังนี้
การใช้ธาตุอาหารเสริมทางดินจะต้องยึดเป็นหลักของการปฏิบัติ เพราะองุ่นจะดูดธาตุอาหารทั้ง 3 กลุ่มจากดินได้ปริมาณที่มากกว่าการพ่นทางใบ และธาตุอาหารที่ดูดจากดินจะได้สัดส่วนทำให้องุ่นมีการเจริญเติบโตได้แข็งแรง
การใช้ธาตุอาหารเสริมทางใบเป็นการให้ธาตุอาหารเพื่อเพิ่มเติมจากการให้ทางดิน เพื่อปรุงแต่งให้องุ่นมีความสมบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้น การให้ธาตุอาหารเสริมทางใบโดยที่เราไม่รู้ข้อมูลการใช้ที่ถูกต้องจะทำให้ธาตุอาหารที่ฉีดพ่นทางใบเกิดปฏิกิริยาต่อต้านกัน ทำให้องุ่นไม่ได้รับประโยชน์จากการใช้อาหารเสริมทางใบได้
ระยะต้นเล็กเริ่มปลูก
1-3 เดือน
อัตราการผสมกับน้ำ 10 ลิตรใช้ได้กับต้นองุ่น 2 ต้นรดห่างกัน 10-15 วันครั้ง
|
|
ผสมผลิตภัณฑ์ทีละอย่างลงในน้ำคนให้เข้ากันดี นำไปรดบริเวณรากต้นองุ่นได้ 2 ต้น(ต้องรดน้ำองุ่นก่อนจึงจะรดอาหารเสริมภายหลัง) ต้องผสมอาหารเสริมลงน้ำทีละผลิตภัณฑ์และคนให้เข้ากันดีจึงผสมอาหารเสริมตัวต่อไปแล้วคนให้เข้ากันกับน้ำ ห้ามผสมอาหารเสริมแต่ละอย่างรวมกันก่อนแล้วเติมน้ำภายหลังเพราะจะทำให้อาหารเสริมเกิดปฏิกิริยากัน
ระยะองุ่นเริ่ม่ขึ้นค้าง(หลัง
3 เดือน)
อัตราผลิตภัณฑ์ผสมกับน้ำ 10-20 ลิตร ใช้รดองุ่นได้ 2 ต้น รดห่างกัน 10-15 วันครั้ง
|
|
ระยะก่อนตัดแต่งต้นที่จะเริ่มให้ผลผลิตหรือเคยให้ผลผลิตมาแล้ว
ก่อนตัดแต่งประมาณ 10-15 วันและหลังตัดแต่งแล้ว 15 วัน
อัตราผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผสมกับน้ำ 10-20 ลิตรใช้รดองุ่นเพียง 1 ต้นเท่านั้น
|
|
หลังจากรดต้นที่ตัดแต่งกิ่งแล้วครั้งแรก ครั้งต่อไป 10-15 วันให้เปลี่ยนอัตราการใช้ใหม่ดังนี้
อัตราผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผสมกับน้ำ 10-20 ลิตรใช้รดองุ่นเพียง 1 ต้น
|
|
ครั้งต่อไปประมาณ 10-15 วันใช้อัตราลดลงจากครั้งก่อนครึ่งหนึ่งปริมาณน้ำเช่นเดิมต่อ 1 ต้น
|
|
ึครั้งต่อไปปริมาณน้ำเช่นเดิมต่อ 1 ต้นห่างจากครั้งก่อน 10-15 วัน
|
|
ระยะหลังติดผลแล้ว
90 วัน ใช้อีก 1 ครั้ง ปริมาณน้ำ 10-20 ลิตร
|
|
หมายเหตุ การรดอาหารเสริมให้รดบริเวณที่รากฝอย
เพื่อเสริมการให้อาหารเสริมทางดิน เพื่อให้การออกดอก ติดผล รสชาติ คุณภาพของผลผลิตดี
ก่อนการตัดแต่งกิ่ง
5-7 วัน กระตุ้นการเกิดตาดอก
อัตราที่ใช้ต่อน้ำ 20 ลิตร
|
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 10 ซี.ซี.(1 ช้อนแกง) 20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 10 ซี.ซี.(1 ช้อนแกง) 50 กรัม 20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) |
การผสมให้ผสมลงน้ำทีละผลิตภัณฑ์คนให้เข้ากันทีละอย่าง
ระยะตัดแต่งกิ่งแล้ว
5-7 วัน เพิ่มการสะสมอาหาร การออกดอก
อัตราที่ใช้กับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นตามเคนให้เปียกทั่ว
|
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 30 ซี.ซี.(3 ช้อนแกง)
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) |
ระยะแทงยอด(ดอกจอก)
เพื่อติดช่อดอก ติดผลสมบูรณ์
อัตราที่ใช้กับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1-2 ครั้งห่างกัน 4-5 วันไม่ต้องใช้ฮอร์โมนฉีดช่อ
|
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 10 ซี.ซี.(1 ช้อนแกง) 20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 5 ซี.ซี.(ครึ่งช้อนแกง) |
ก่อนดอกบาน 15-30
วันเพื่อให้การผสมเกสรติดผลดี ป้องกันดอกร่วงและผลแตก
อัตราที่ใช้กับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1-2 ครั้งห่างกัน 5-7 วันครั้ง
|
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 10 ซี.ซี.(1 ช้อนแกง) 10 ซี.ซี.(1 ช้อนแกง) |
ระยะติดผลแล้วและขยายลูก
50-70 วัน
อัตราที่ใช้กับน้ำ 20 ลิตร
|
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 10 ซี.ซี.(1 ช้อนแกง) 20-30 ซี.ซี.(2-3 ช้อนแกง) |
หลังติดผล 90 วันป้องกันลูกนิ่ม
เพิ่มความหวาน เข้ารสและขั้วเหนียว ขั้วผลแข็งเก็บไว้ได้นาน
อัตราที่ใช้กับน้ำ 20 ลิตร
|
20 ซี.ซี.(2 ช้อนแกง) 20-30 ซี.ซี.(2-3 ช้อนแกง) 30 กรัม |
หมายเหตุ การฉีดพ่นอาหารเสริมทางใบจะให้ผลดีควรพ่นในช่วงเช้า ๆ จนถึง 10.00 น. ถ้าไม่มีแดดจัดก็พ่นได้ตลอดข้อสำคัญขณะพ่นดินภายใต้ต้นองุ่นจะต้องมีความชื้น
ทุเรียน | สละ | พริกไทย | หน่อไม้ฝรั่ง | มะเขือเทศ